Translate แปลภาษา

Tuesday, April 3, 2012

ปัญหาข้อพิพาทที่ดิน อบต.วังตะเคียน จ.ฉะเชิงเทรา กับชาวบ้าน...???และเรื่องโรงงาน บริษัท วิทดอม ฯ กับ อบต.วังตะเคียน จ.ฉะเชิงเทรา


ปัญหาข้อพิพาท....อบต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กับ ชาวบ้าน.......??? 
และเรื่องของ ......
บริษัท วิทดอม เกี่ยวกับใบอนุญาตโรงงาน...???กับ อบต.วังตะเคียน 

ทางที่รถยนต์ใช้เป็นทางรถยนต์ เดินรถทางเดียวมาโดยตลอด
ซึ่งเป็นการทำทางเข้าบ้านของ นางประโลมฯ และน้องชายคือนายกิตติ  ทำทางเข้าบ้านตนเองโดยทำทางเชื่อมต่อกับถนนสาย ๓๐๔ ซึ่งตรงกับทางแยกที่ อบต.ทำไว้

ภาพเมื่อนางประโลม เจ้าของที่ดินมีการแบ่งแยกที่ดิน เมื่อ  ๒๒ พ.ย. ๒๕๔๙ ก็มิได้มีการแบ่งแยกเป็นทางสาธารณะแต่อย่างใด  ทั้งๆที่ ผู้ใหญ่บ้านและ อบต.มาชี้แนวเขต  และก็ไม่มีระบุว่าเป็นทางสาธารณะ  ถ้าสมมติว่ามี แต่ไม่มีระบุหรือแบ่งเป็นทางสาธารณะ
เจ้าหน้าที่ก็ต้องผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ 

ที่ดิน ที่แบ่งแยกอยู่ห่างทาง ที่ อบต.วังตะเคียน 
อ้างว่าเป็นทางสาธารณะประมาณ  ๓๐๐ เมตร



มีการจัดประมูล......ทำถนนก่อน
 เจ้าของที่ดิน จะแบ่งแยกที่ดิน




ผอ.เบาะแส
     แจ้งความดำเนินคดี กับ นายกฯอบต.วังตะเคียน กับพวก หมายถึงผู้ที่มีส่วนร่วม เช่น สมาชิก อบต.ทุกคนที่ยกมือร่วมกันอนุมัติโครงการ , และข้าราชการประจำ ที่มีส่วนร่วม  กรณีจัดประมูลสร้างถนนโดยที่ดินดังกล่าว มิใช่ทางสาธารณะ หรือ มิได้มีการยกที่ดินให้เป็นทางสาธารณะ....?????  และจะต่อด้วย งบประมาณที่นำไปลงถนนหรือทาง...ในกรณีที่ไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ .......?????












๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ นายชะโลม ดีสีสุก
นายก อบต.วังตะเคียน ทำหนังสือคัดค้าน
การออกโฉนด  นี่คือที่มาของปัญหา 






ดูภาพขยาย





ดูภาพขยาย




















คัดค้านได้อย่างไร..ในเมื่อที่ดิน ที่แบ่งแยกไม่ได้เป็นที่ดินที่ถูก อบต.ฯอ้างว่าเป็นทางสาธารณะและไม่ใช่ตามคำสั่ง 
ของ อธิบดีกรมที่ดิน ปี ๒๕๓๔



ข้างล่างนี้คือ
หนังสือที่เจ้าของที่ดิน ตอบไปยังผู้ว่าฯ จ.ฉะเชิงเทรา

-----------------------------------------------------------------------------


ที่  ๑๕๔๙  / ๒๕๕๓
                                                                                                       ๔   ตุลาคม       ๒๕๕๓
เรื่อง      ขอให้ไปบันทึกถ้อยคำ ตามหนังสือลงวันที่  ๑  ตุลาคม  ๒๕๕๓
เรียน     ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ถึง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง  ทราบ
สิ่งที่แนบมาด้วย  สัญญาให้ที่ดินเป็นสินส่วนตัว , สำเนาโฉนดที่ดินพิพาท , เอกสารการเวนคืนทางหลวงสายเลี่ยงเมือง , สำเนาประจำวันคดี สภ.เมืองฉะเชิงเทรา , หนังสือแจ้งให้ระงับการก่อสร้างพร้อมใบตอบรับ  , หนังสือยืนยันก่อสร้างของ อบต.วังตะเคียน ,
ตามที่ท่านได้มีหนังสือเชิญ ข้าพเจ้า นางประโลม ประเสริฐ  ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่   ๑๐๙๕๔  ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  เพื่อให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนหากพบความผิด ซึ่งหนังสือพิมพ์ เบาะแส เป็นผู้ร้องนั้น
ข้าพเจ้า นางประโลม  ประเสริฐ เจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๙๕๔ เลขที่ดิน ๕๕ ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน ๗ ไร่ ๙๓ ตารางวา  ขอให้ถ้อยคำด้วยความสัตย์จริงเป็นประเด็นดังนี้
๑.ข้าฯได้รับมอบที่ดินแปลงดังกล่าวมาจาก นายผลัด  เกตุไพบูลย์   บิดา ตั้งแต่วันที่  ๒ พฤษภาคม  ๒๕๑๐ โดยมอบให้ข้าฯ เป็น สินส่วนตัว ซึ่งมีระบุไว้   (ตามเอกสารที่แนบหมายเลข ๑)  และเมื่อประมาณ   ๕   ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ข้าฯได้มอบให้ นายเสกสรร  ประเสริฐ บุตรชายเป็นผู้ครอบครอง ดูแล รักษา พัฒนาฯลฯ ที่ดินแปลงนี้  โดยให้มีสิทธินี้ตลอดไปถึงแม้ข้าฯจะไม่มีชีวิตอยู่ก็ตาม
๒.ข้าฯไม่เคยยกที่ดิน ณ จุดที่เป็นกรณีพิพาทเพื่อเป็นทางสาธารณะ หรือให้ทำถนนลาดยาง แต่อย่างใด ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียนฯ กล่าวอ้าง
๓.ที่ดินข้าฯถูกเวนคืน เพื่อสร้างทางหลวงสายเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา ครั้งแรกจำนวน ๑ ไร่ ๑ งาน ๑๕ ตารางวา โดยมีการแบ่งแยกจากโฉนด  ๑๐๙๕๔ เมื่อวันที่  ๑๓ พฤษภาคม  ๒๕๓๖  ตามเอกสารที่แนบหมายเลข  ๒  เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ส่วนเอกสารแนบหมายเลข ๓ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ แบ่งแยกจำนวน ๑ ไร่ ๐ งาน ๙๓ ตารางวา และเอกสารแนบ หมายเลข ๔ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙  แบ่งแยกจำนวน ๑๒ ตารางวา  นั้นเป็นการกระทำเพิ่มเติมโดยเจ้าหน้าที่ ที่ดินอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
๔. เมื่อถนนสายเลี่ยงเมืองตัดผ่านที่ดินแปลงดังกล่าว ได้ใช้เวลาในการก่อสร้างหลายปีจึงจะเสร็จ เมื่อถนนเริ่มสร้างเป็นทางดิน ช่วงแรก ข้าฯได้นำรถแทรกเตอร์ดันเป็นคันถนนดิน ตรงที่ดินพิพาท  เพื่อเป็นทางให้รถยนต์เข้าบ้านได้ และมีการปรับปรุงมาเรื่อยๆ  ส่วนจะมีใครนำหินหรือลูกรังหรือดิน มาถมเพิ่ม ข้าฯไม่ทราบเพราะเป็นทางเข้าบ้านของข้าฯ  ถ้ามีใครมาช่วย จะเป็น นายฉลวย ประเสริฐ  สามี หรือใคร ข้าไม่ได้สนใจ เพราะข้าฯถือว่า ทางเส้นนี้ เป็นที่ดินของข้าฯ และเป็น สินส่วนตัว ด้วย
๕.นายเสกสรร  ประเสริฐ  ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ เบาะแส  ผู้ร้องเรียนเรื่องนี้  ก็เคยนำยางแอสฟานต์  ที่ใช้ราดถนน มาเทเพื่อปรับปรุงถนนเส้นนี้ ด้วย
๖.นายฉลวย ประเสริฐ  เคยขอหลายครั้ง ให้ข้าฯยกที่ดินที่พิพาท ในส่วนที่เป็นถนนให้เป็นทางสาธารณะ แต่ข้าฯก็ไม่ยกให้
๗.บ้านข้างในต่อจากถนนทางเข้าบ้านข้าฯตรงไปคือบ้านน้องชายและน้องสาวพ่อเดียวกับข้าฯ  ซึ่งเป็นทางตันเลี้ยวเข้าบ้านบิดาของข้าฯไม่สามารถไปที่อื่นได้  และข้าฯก็ดูแลไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า  นอกจากผู้ที่มาบ้านข้าฯและบ้านน้องชายน้องสาวของข้าฯเท่านั้น   ถ้าเป็นรถยนต์หรือจักรยานยนต์บุคคลภายนอกเข้ามา  สมาชิกทุกคนจะจับตามองว่าเข้ามาทำอะไร
๘.ข้าฯขอยืนยันว่า ข้าฯไม่เคย  และไม่ยกที่ดิน ที่เป็นทางถนนเข้าบ้าน ที่เป็นกรณีพิพาท กับ อบต.วังตะเคียนฯ  เพื่อให้เป็นทางสาธารณะ หรือให้ก่อสร้างถนนลาดยาง โดยเด็ดขาด  เนื่องจากเป็นการกระทำเพื่อเอาไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของข้าฯ โดยไม่เป็นธรรมและเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ด้วย  ส่วนที่เคยมีการยกให้ เป็นทางเดินเท้าสมัยที่เป็น สภาฯตำบล ก่อนที่จะมีการจัดตั้งเป็น อบต. นั้นเป็นทางเดินเท้า กว้าง ๒ เมตร  ซึ่งอยู่ห่างจากที่ดินกรณีพิพาทประมาณ  ๑๐๐ เมตรกว่า   ใกล้ๆ กับสะพานข้ามคลองท่าไข่  ซึ่งนายก อบต.คนเดิม ชื่อ นายวิชัยฯ ได้แจ้งกับ นายเสกสรรฯ ผอ.เบาะแส  ว่า เอกสารนั้นปลวกกินหมดแล้ว
๙.เหตุที่ข้าฯไม่ยกให้เพราะ ถ้าเป็นถนนสาธารณะเมื่อใด  ข้าฯไม่มีสิทธิห้ามบุคคลภายนอกเข้า และต่อไปยาเสพติดก็จะเข้ามาระบาดเหมือนพื้นที่อื่นๆ ลูกหลานข้าฯจะอาศัยอยู่อย่างไม่สงบสุขหรือปลอดภัย  ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
๑๐.ถนนเส้นนี้ นายฉลวย ประเสริฐ  สามี  เคยทำเหล็กกั้น เข้า-ออก ในช่วงแรกๆ ต่อมา นายฉลวยฯ  อ้างว่า  เกรง บ้านข้างใน  (หมายถึง น้องชาย น้องสาวข้าฯ)จะดูน่าเกลียด   จึงเอาออก
๑๑.เมื่อวันที่  ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ เจ้าหน้าที่รังวัดมาทำการรังวัดที่ดินแปลงนี้เพื่อแบ่งแยกออกโฉนดเมื่อ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๙ ก็ไม่มีการคัดค้านจาก อบต.วังตะเคียน  และที่ดินด้านในของน้องชายฯ ที่มีการยกให้เป็นทางสาธารณะนั้น ก็ยกให้ประมาณปี ๒๕๕๐
๑๒.ข้าทราบและรู้ตลอดมาว่า ถนนเส้นนี้เป็นที่ดินของข้าฯ และมิได้ยกให้เป็นทางสาธารณะแต่อย่างใด ข้าฯได้ครอบครองสิทธิและดูแลพัฒนามาโดยตลอดจนกระทั่งถูกนายก อบต.วังตะเคียน บุกรุก เมื่อวันที่  ๒๓ กรกฎาคม  ๒๕๕๓  โดยการให้ บริษัท  เฟอร์รารี่ อินเตอร์เทรด จำกัด นำรถแทรกเตอร์และรถบดถนนเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลงถนนเดิมของข้าฯ ซึ่งเป็นทางที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ทางเดียว(เวลารถยนต์สวนทางกัน อีกคันต้องหลบข้างทางจึงสวนทางกันได้)   กระทำให้กลายเป็นถนนอย่างกว้าง ซึ่งข้าฯได้แจ้งความ คดีบุรุกตามคดีอาญา ที่ ๙๐๙/๕๓ ไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา แล้ว เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓   (ตามเอกสารที่แนบหมายเลข ๕ ) ซึ่งเรื่องการเข้ามาทำถนนฯนี้ นายเสกสรร ประเสริฐ  ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ เบาะแส  ได้ ทำหนังสือแจ้งให้ อบต.วังตะเคียนฯ ระงับการก่อสร้าง เมื่อวันที่  ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ อบต.วังตะเคียน ได้รับเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓  โดย นางนุชนารถ บุญศิริ เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับไว้(ตามเอกสารแนบมายเลข  ๖) และ วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓  นายชะโลม ดีสีสุก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียนฯ ได้ตอบหนังสือ ถึง ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ เบาะแส  และยืนยันว่า   การกระทำแต่ละโครงการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียน และประชาคมหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้แทนในภาคประชาชนฯ     ซึ่งข้าฯไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนแต่อย่างใด  (ตามเอกสารแนบมายเลข ๗) ต่อจากนั้นจึงได้ เกิดการนำรถแทรกเตอร์และรถบดถนนเข้าบุรุกในพื้นที่ พิพาท ตามสำเนาประจำวันคดีที่แนบมาด้วยแล้วนั้น
๑๓.และเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ประมาณ ๑๑.๐๐ น. วันที่ปลัดฯอำเภอ  คนหนึ่ง อ้างว่า มาเชิญ ข้าฯไปเพื่อสอบปากคำในเรื่องนี้โดยให้เจ้าหน้าที่ฯ เข้ามาตามข้าฯ ที่บ้าน  แต่อ้างว่า  ข้าฯไม่ไป และสามี คือนายฉลวย ประเสริฐ มาแทนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะข้าฯ อยู่บ้าน และเห็นเจ้าหน้าที่ฯ  มาบอกให้ นายฉลวยฯไป คนเดียว ข้าฯรอเพื่อไปให้ถ้อยคำอยู่แล้ว เนื่องจากนายเสกสรรฯได้บอกให้รอ ผู้ว่าฯจะเรียกสอบ  แต่ไม่มีใครบอกข้าฯ แม่แต่คนในบ้านของข้าฯ  ก็แสดงว่าไม่มีใครมาเชิญข้าฯ ส่วนหนังสือฯ ที่เชิญข้าฯ  ได้ส่งไปรษณีย์ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓  มาถึงข้าฯ บ่ายวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๓  ทางไปรษณีย์  ให้ข้าฯไป พบวันที่ ๗ ตุลาคม  ๒๕๕๓ นั้น   เป็นเพราะ นายเสกสรร ประเสริฐ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์เบาะแส  ซึ่งเป็นบุตรชายข้าฯ  ได้ติดต่อไปที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  เพื่อสอบถามถึงความไม่ชอบมาพากลของเจ้าหน้าที่ฯที่สอบปากคำในวันนั้น  ปลัดอาวุโสฯทราบเรื่อง จึงได้มีหนังสือส่งด่วนถึงข้าฯ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ  พร้อมขอให้ถ้อยคำเป็นหนังสือและขอรับรอบว่าเป็นความจริงทุกประการ และขอขอบคุณในความเป็นข้าราชการที่ตรงฉินและมีความเป็นธรรม  ไว้ ณ โอกาสนี้  จักขอบคุณยิ่ง  /.                                                                                  
                                                                                         ขอแสดงความนับถือ

    ลงชื่อ                                                                       ผู้ให้ถ้อยคำ
    (นางประโลม  ประเสริฐ)

     ลงชื่อ                                                พยาน
                                                                                                (   เสกสรร           ประเสริฐ   )
                                                           ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ เบาะแสโทร. ๐๘๑ ๔๐๔ ๒๐๐๒
                                                           ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิ เบาะแส เพื่อ เด็ก สตรี และคนชรา

หมายเหตุ  ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้สะดวก ติดต่อผ่าน ผอ.เบาะแส  โทร.  ๐๘๑ ๔๐๔ ๒๐๐๒   ถ้าส่งหนังสือให้ส่งที่ 14/61-62 , 14/74 สาธุประดิษฐ์ 57  บางโพงพาง  ยานนาวา  กรุงเทพฯ  10120 โทรศัพท์:0-2682-0022 (อัตโนมัติ 12 สาย)  


ชุดนี้ ยื่น นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา








คดี....ต่อไปที่จะเกิดขึ้นคือ.... ..แจ้งความดำเนินคดีกับ  สมาชิก .อบต. ทุกคนที่ ยกมือลงมติ อนุมัติ...งบประมาณ ลงในพื้นที่  ที่ยังไม่มีการยกให้เป็นทางสาธารณประโยชน์.......ทุกโครงการ  ใน อบต.วังตะเคียน  ซึ่งงานนี้ มีญาติใกล้ชิดของ ผอ.เบาะแส รวมอยู่ด้วย  

และ แจ้งความ ดำเนินคดี
หรือ
 ฟ้องคดี..เอง (รวดเร็วกว่า)  กับผู้ที่คัดค้านการขอรังวัดออกโฉนด....ตาม  ประมวลกฎหมายอาญามาตรา  ๑๕๗  (ทั้งนายกฯคนเก่าและคนใหม่ที่กระทำหน้าที่)   ซึ่งขณะนี้ การกระทำความผิดสำเร็จ  ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว........
เนื่องจาก เวลา.....ไม่สามารถ ถอยหลังได้......???

ที่ทราบมา.....ขณะนี้ นายชะโลม...ครบวาระ ไม่ได้ลงสมัคร นายกฯ อบต.วังตะเคียน และได้มีผู้อื่น มาลงสมัครเป็นนายกฯ แทนเรียบร้อยไปแล้ว..............?????    แต่  ทว่า การตรวจสอบ...เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเป็นบทเรียนของ  นักการเมือง....ที่อยากเข้ามาทำงานการเมือง.........???




เจ้าของที่ดิน มีการแบ่งแยก หนึ่งครั้งก่อนหน้า แต่ไม่มีการคัดค้าน แสดงว่าครั้งที่แล้วละเว้น ตามมาตรา ๑๕๗  ปี ๒๕๔๙ อายุความ ๑๐ ปี  ยังไม่สาย

ยื่นหนังสือให้ผู้ว่าฯจ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการ


ทีมงาน เบาะแส ลงพื้นที่ สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องออกรายการโทรทัศน์





อบต.บุกรุก

  สรุป   เส้นทางที่ นางประโลมฯ ยกให้  สภาตำบลวังตะเคียน ในสมัยนั้น  เป็นคนละส้นทาง ที่ อบต.ฯอ้าง ว่าเป็นทางสาธารณะ ในขณะนี้ .

ต่อมาโครงการลาดยางฯ ถนนหมู่ที่ ๙   ทุกท่านทราบหรือไม่   โครงการลาดยาง หมู่ที่ ๙  อบต.นี้ ประมาณ ๒ ล้านบาทเศษ   เป็นโครงการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา   เรากำลังจะเข้าตรวจสอบ สเปคของยางฯ  ที่ราด......???





















Pls.
โปรดติดตามข้อมูลเพิ่มเติม      ....?????

No comments:

Post a Comment